บสย. โชว์ผลงาน 6 เดือน ยอดค้ำประกันสินเชื่อโต 129% เปิดตัว ‘เครดิตพลัส’ วงเงิน 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง SMEs

บสย. โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก ยอดค้ำประกันสินเชื่อโต 129% พร้อมเปิดตัว ‘เครดิตพลัส’ วงเงิน 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องให้ SMEs
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) อย่างโดดเด่น ด้วยยอดค้ำประกันสินเชื่อรวม 44,570 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึง 129% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การขยายตัวนี้ช่วยให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินกว่า 50,167 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 50,000 ราย เข้าถึงแหล่งทุน และรักษาการจ้างงานกว่า 342,000 ตำแหน่ง สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจรวมกว่า 219,730 ล้านบาท
การวิเคราะห์เชิงลึกในมุมธุรกิจเทคโนโลยีและการเงิน
ที่น่าสนใจคือ บสย. ไม่ได้หยุดอยู่แค่การค้ำประกันแบบเดิม แต่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Lending อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการ ‘เครดิตพลัส’ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งมาพร้อมกับกลไกการบริหารความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย TCG Score หรือระบบเครดิตสกอริ่ง นี่คือหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนบทบาทของ บสย. จากผู้ค้ำประกันแบบดั้งเดิม มาเป็น Data-Driven Guarantor ที่ใช้ข้อมูลและอัลกอริทึมในการประเมินความเสี่ยง ทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ การเชื่อมต่อกับระบบ Virtual Bank ซึ่งบ่งชี้ว่า บสย. กำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุน SME ที่อาจไม่มีประวัติเครดิตแบบดั้งเดิม (Thin File) ให้เข้าถึงสินเชื่อผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ได้ง่ายขึ้น
- ผลกระทบทางธุรกิจ: โครงการ ‘เครดิตพลัส’ และ ‘Quick Big Win’ (วงเงิน 50,000 ล้านบาท) ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ SME ได้ทันที โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการ อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย
- นวัตกรรมการเงิน: การใช้ Risk-based Pricing และ TCG Score จะช่วยให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ลดปัญหาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระยะยาว
- การปรับโครงสร้างหนี้: มาตรการ ‘บสย. พร้อมช่วย’ ที่ปรับโครงสร้างหนี้กว่า 3,000 ราย มูลค่ากว่า 1,578 ล้านบาท สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกในการฟื้นฟูสภาพคล่อง ไม่ใช่แค่การปล่อยกู้
รายละเอียดโครงการและผลการดำเนินงาน
- โครงการ ‘เครดิตพลัส’:
- วงเงิน 20,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อรายตั้งแต่ 10,000 – 100 ล้านบาท
- ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1.25% ต่อปี
- ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี
- ใช้ระบบ TCG Score (เครดิตสกอริ่ง) บริหารความเสี่ยง
- คาดว่าจะช่วยสร้างสินเชื่อใหม่ 26,900 ล้านบาท และรักษาการจ้างงาน 194,000 ตำแหน่ง
- มาตรการ ‘ค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win’:
- วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก
- ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1%
- ใช้ระบบ Risk-based Pricing
- มียอดค้ำประกันแล้ว 44,800 ล้านบาท (ตั้งแต่ปลายปี 2568 ถึงมิ.ย. 2569)
- กลุ่มธุรกิจที่ได้รับการค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับแรก (คิดเป็น 54% ของวงเงินทั้งหมด):
- ภาคบริการ (35.5%)
- อาหารและเครื่องดื่ม (9.4%)
- การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ (8.8%)
Full English Translation
The Small Industry Credit Guarantee Corporation (TCG) reported outstanding first-half performance in 2026 (Jan-Jun), with total loan guarantees reaching 44,570 million baht, a 129% increase year-on-year. This growth facilitated over 50,167 million baht in new bank loans, enabling more than 50,000 SMEs to access capital and preserving over 342,000 jobs, generating an economic benefit of over 219,730 million baht.
Beyond traditional guarantees, TCG is pivoting towards digital lending with the launch of ‘Credit Plus’, a 20,000 million baht project. It uses a TCG Score (credit scoring system) for risk management, signaling a shift to a Data-Driven Guarantor model. This prepares TCG to integrate with Virtual Banks and use alternative data to support SMEs with thin credit files.
Key initiatives include the ‘Quick Big Win’ measure (50,000 million baht) with no fees for the first 3 years, and the debt restructuring program ‘TCG Ready to Help’ which restructured over 3,000 accounts worth 1,578 million baht. The top three business sectors supported are Services, Food & Beverage, and Manufacturing/Trade, accounting for 54% of guarantees.
Citation Link
