เรจจี้ ฟิลส์-เอเม เปิดโปง! อเมซอนเคยขอให้ Nintendo ทำผิดกฎหมาย ลดราคาแย่งวอลมาร์ท

บทความ: มุมมองเชิงลึก – เมื่ออเมซอนขอให้ Nintendo ละเมิดกฎหมายการค้า
นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงมักจะเดินอยู่บนเส้นด้ายระหว่างการแข่งขันที่ดุเดือดกับขอบเขตของกฎหมาย ล่าสุด เรจจี้ ฟิลส์-เอเม (Reggie Fils-Aimé) อดีตประธานบริษัท Nintendo of America ได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่าง Nintendo และ Amazon ซึ่งย้อนกลับไปถึงยุคของ Nintendo DS และ Wii โดยเขาระบุว่า Amazon เคยขอให้ Nintendo สนับสนุนทางการเงินอย่างมหาศาล เพื่อให้สามารถลดราคาสินค้าให้ต่ำกว่าคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Walmart ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในสายตาของเขา
การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการพูดคุยในงาน NYU Game Center Lecture Series ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญของผู้นำองค์กรในการยืนหยัดต่อข้อเรียกร้องที่ไม่ถูกต้อง แต่ยังชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Amazon ในช่วงเวลาที่กำลังรุกเข้าสู่วงการเกมอย่างจริงจังอีกด้วย
ประเด็นหลักและผลกระทบทางธุรกิจ:
- ข้อเรียกร้องที่ผิดกฎหมาย: Amazon ต้องการให้ Nintendo จัดหาเงินสนับสนุนจำนวนมาก (“obscene amount of support”) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการลดราคาให้ต่ำกว่า Walmart ซึ่งเข้าข่ายการทุ่มตลาด (Predatory Pricing) หรือการสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ
- ความกล้าหาญของผู้นำ: Reggie Fils-Aimé กล่าวปฏิเสธทันที และ Nintendo ก็ยุติการจำหน่ายสินค้าให้กับ Amazon ทันที การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับจริยธรรมทางธุรกิจและความสัมพันธ์ระยะยาวกับพาร์ทเนอร์รายอื่นมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น
- ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว: เหตุการณ์นี้เป็นบาดแผลที่ฝังลึก ส่งผลให้ในช่วงที่ Nintendo เปิดตัว Switch 2 สินค้าถูกถอดออกจากชั้นวางของ Amazon หรือไม่สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “เลือดเก่า” ยังไม่หายขาด
- ความล้มเหลวของ Amazon ในวงการเกม: นอกจากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ Nintendo แล้ว Amazon ยังประสบปัญหาอย่างหนักในการสร้างเกมเอง ต้องเลิกจ้างพนักงานหลายพันคน และปิดบริการระบบคลาวด์เกมมิ่ง Luna โดยไม่มีการคืนเงินให้สมาชิก
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
- ถาม: เหตุใดการลดราคาเพื่อเอาชนะคู่แข่งจึงผิดกฎหมาย?
- ตอบ: การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “การทุ่มตลาด” (Predatory Pricing) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศ ผู้ขายจะตั้งราคาต่ำกว่าต้นทุนอย่างมากเพื่อกำจัดคู่แข่งออกจากตลาด เมื่อครองตลาดได้แล้วจึงค่อยขึ้นราคาเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งเป็นการทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม
- ถาม: Nintendo กับ Amazon กลับมาคืนดีกันหรือยัง?
- ตอบ: ดูเหมือนว่าจะยังไม่เกิดการคืนดีอย่างสมบูรณ์ ดังจะเห็นได้จากกรณีการวางจำหน่าย Switch 2 ที่ไม่มีสินค้าของ Nintendo ปรากฏบน Amazon ในขณะที่ร้านค้าคู่แข่งรายอื่นสามารถเปิดรับจองได้ ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าความไม่ไว้วางใจยังคงดำรงอยู่
English Comprehensive Article: The Illegal Demand That Broke Nintendo-Amazon Relations
In a revealing interview at the NYU Game Center Lecture Series, former Nintendo of America President Reggie Fils-Aimé pulled back the curtain on the long-standing tension between Nintendo and Amazon. The rift, which stems from the era of the Nintendo DS and Wii, began when Amazon made what Fils-Aimé considered an illegal demand.
Fils-Aimé recounted a phone call where an Amazon executive requested “an obscene amount of support – financial support – so they can have the lowest price and beat Walmart.” His response was immediate and firm: “You know that’s illegal, right? I can’t do that.” This practice, known as predatory pricing, is designed to undercut competitors so aggressively that they are driven out of the market, which is illegal under antitrust laws.
The decision to stop selling to Amazon was not just about legality. It was a strategic move to protect Nintendo’s relationships with other retailers. “I wasn’t going to do something that would put at risk the relationship we have with other retailers,” Fils-Aimé explained. “But it also set the stage to say, look, you’re not going to push me around.”
This bad blood has had a lasting impact. Last year, during the launch of the highly anticipated Switch 2, the console was conspicuously absent from Amazon’s platform while pre-orders were available elsewhere. This history of cancelled pre-orders and unavailable first-party games suggests the grudge remains.
Beyond retail, Amazon’s forays into game development have been clumsy. Despite vast resources, the company has laid off thousands in its gaming division and recently shuttered its cloud gaming service, Luna, without refunding subscribers. The relationship between the two giants serves as a textbook example of how a single ethical stand can shape a decade of corporate rivalry.
Reference: Kotaku – Reggie Fils-Aimé Says Amazon Once Asked Nintendo to Break the Law
{
“@context”: “https://schema.org”,
“@type”: “FAQPage”,
“mainEntity”: [
{
“@type”: “Question”,
“name”: “เหตุใดการลดราคาเพื่อเอาชนะคู่แข่งจึงผิดกฎหมาย?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย ‘การทุ่มตลาด’ (Predatory Pricing) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศ ผู้ขายจะตั้งราคาต่ำกว่าต้นทุนอย่างมากเพื่อกำจัดคู่แข่งออกจากตลาด เมื่อครองตลาดได้แล้วจึงค่อยขึ้นราคาเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งเป็นการทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม”
}
},
{
“@type”: “Question”,
“name”: “Nintendo กับ Amazon กลับมาคืนดีกันหรือยัง?”,
“acceptedAnswer”: {
“@type”: “Answer”,
“text”: “ดูเหมือนว่าจะยังไม่เกิดการคืนดีอย่างสมบูรณ์ ดังจะเห็นได้จากกรณีการวางจำหน่าย Switch 2 ที่ไม่มีสินค้าของ Nintendo ปรากฏบน Amazon ในขณะที่ร้านค้าคู่แข่งรายอื่นสามารถเปิดรับจองได้ ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าความไม่ไว้วางใจยังคงดำรงอยู่”
}
}
]
}
