วิกฤต EV หนัก! ฮอนด้าขาดทุนครั้งแรกรอบ 70 ปี หันรุกไฮบริด 15 รุ่นทั่วโลก

ไทยอินโทร
ฮอนด้าเปิดเผยผลขาดทุนสุทธิครั้งแรกในรอบ 70 ปีนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2500 สาเหตุหลักมาจากภาระต้นทุนธุรกิจ EV ที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและตั้งสำรองกว่า 1.45 ล้านล้านเยน ส่งผลให้บริษัทต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หันมาเน้นรถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก พร้อมเปิดตัว 15 รุ่นใหม่ทั่วโลกภายในปี 2573
บทวิเคราะห์เชิงลึกด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ
- ต้นทุน EV ฉุดขาดทุนครั้งประวัติศาสตร์: ฮอนด้าขาดทุนสุทธิ 4.24 แสนล้านเยน (8.69 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณล่าสุด เป็นผลจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ EV รวมกว่า 1.45 ล้านล้านเยน (2.97 แสนล้านบาท) สะท้อนว่าการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่โดยไม่ปรับขนาดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาจกลายเป็นภาระทางการเงินมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนแบตเตอรี่และแพลตฟอร์มไฟฟ้ายังสูงกว่าที่คาดการณ์
- กลยุทธ์ไฮบริดเป็นสะพานเชื่อมสู่เทคโนโลยี: การหันกลับมาเน้นไฮบริดไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการลดความเสี่ยงในระยะสั้น โดยฮอนด้าวางแผนลดต้นทุนระบบไฮบริดรุ่นใหม่ลงมากกว่า 30% และเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอีก 10% ในขณะที่ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี EV ระยะยาว เช่น แบตเตอรี่แบบ All-Solid-State, แพลตฟอร์ม EV, และระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าในอนาคต
- ผลกระทบต่อซัพพลายเชนและอุตสาหกรรมไทย: การปรับแผนของฮอนด้าจะส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนในไทยโดยตรง โดยเฉพาะชิ้นส่วนระบบส่งกำลังสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ (BEV) ที่อาจต้องปรับเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนสำหรับระบบไฮบริดแทน ขณะที่โรงงานแบตเตอรี่ร่วมทุนกับ LG Energy Solution ในอเมริกาเหนือต้องปรับสายการผลิตบางส่วน รถจักรยานยนต์เกียร์อัตโนมัติของไทยที่มียอดขายโต 101% เป็นสัญญาณบวกว่าตลาดในประเทศยังมีกำลังซื้อในกลุ่มยานยนต์ขนาดเล็ก
- ปัจจัยภายนอกกดดันการเปลี่ยนแปลง: การยกเลิกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับผู้บริโภค EV ในสหรัฐฯ (สูงสุด 7,500 ดอลลาร์) และการจัดเก็บภาษีนำเข้า 15-25% จากรัฐบาลทรัมป์ ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่ต้องปรับตัวเฉพาะหน้า นักวิเคราะห์ชี้ว่าบริษัทขนาดใหญ่อย่างฮอนด้ามีความยืดหยุ่นต่ำต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายกะทันหันของโลก
รายการสำคัญ
- ตัวเลขขาดทุน: 4.24 แสนล้านเยน ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 70 ปี
- ค่าใช้จ่าย EV: 1.45 ล้านล้านเยน สำหรับปรับโครงสร้างและตั้งสำรอง
- กลยุทธ์ใหม่: เปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2573
- เป้ายอดขายไฮบริด: เพิ่มจาก 2.2 ล้านคัน เป็น 2.5 ล้านคันภายในปี 2574
- การลดต้นทุน: ลดต้นทุนระบบไฮบริดรุ่นใหม่ลงมากกว่า 30% เทียบกับปี 2566
- การปรับแพลตฟอร์ม: โรงงานในอเมริกาเหนือปรับเพื่อผลิตรถไฮบริดทั้งหมด
- การพัฒนา EV: ยังเดินหน้าแบตเตอรี่ All-Solid-State และระบบปฏิบัติการ ASIMO OS
Full English Translation
Honda posted its first net loss in 70 years since listing in 1957, primarily due to heavy EV business costs, with total restructuring and reserve expenses reaching 1.45 trillion yen. This financial strain has forced the automaker to pivot its strategy, placing a stronger emphasis on hybrid vehicles. The plan includes launching 15 new hybrid models globally by 2030, targeting North America as the main market. The company aims to reduce new hybrid system costs by over 30% compared to 2023 and improve fuel efficiency by more than 10%. While halting some aggressive EV targets and suspending a Canadian EV project, Honda confirmed it is not abandoning its carbon neutrality goal by 2050. It will continue developing EV platforms, All-Solid-State batteries, and the ASIMO OS, but will adopt a more flexible approach, using hybrids as a bridge until the EV market direction becomes clearer.
Citation Link
Brand Inside, “‘ฮอนด้า’ ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 70 ปี เพราะแบกต้นทุน EV ไม่ไหว หันมาออกรุ่น ‘ไฮบริด’ ไปพลางๆ”, https://brandinside.asia/honda-scales-back-aggressive-ev-push-overhauling-fundamental-strategy/
