ความเจ็บปวดวงการหนังไทย? ทำหนังเยอะขึ้น แต่รายได้ไม่เยอะตาม มูลค่าตลาดแค่ราวๆ 800 ล้าน

ความเจ็บปวดวงการหนังไทย? ทำหนังเยอะขึ้น แต่รายได้ไม่เยอะตาม
แม้จะมีภาพยนตร์ไทยออกฉายจำนวนมากขึ้นทุกปี แต่มูลค่าตลาดภาพยนตร์ไทยกลับหดตัวเหลือเพียงราว 800 ล้านบาทต่อปี หลังยุคโควิด-19 ซึ่งแตกต่างจากยุคก่อนโควิดที่ตลาดรวมเคยทำรายได้สูงถึง 5,000 ล้านบาท (รวมหนังไทยและต่างประเทศ) ‘จินา โอสถศิลป์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GDH ชี้ว่าสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และตัวเลือกความบันเทิงที่หลากหลายขึ้น ทำให้ผู้ชมเลือกดูเฉพาะหนังที่มีคุณภาพดีเท่านั้น
บทวิเคราะห์เชิงลึก: ผลกระทบทางธุรกิจและเทคโนโลยีต่อวงการภาพยนตร์ไทย
ในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ของหนังไทยต่อภาพยนตร์ต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ถูกเร่งด้วยเทคโนโลยีสตรีมมิ่งและแพลตฟอร์ม OTT
การที่ผู้ชมเลือกดูเฉพาะ “หนังดี” หมายถึงซอฟต์พาวเวอร์ที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศกำลังถูกท้าทายจาก:
– การกระจุกตัวของรายได้: รายได้ส่วนใหญ่ตกอยู่กับภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องที่มีโปรดักชันคุณภาพสูงหรือมีแฟรนไชส์แข็งแกร่ง
– ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายด้านโปรดักชัน การตลาด และดิจิทัลเอฟเฟกต์เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่รายได้รวมกลับไม่เติบโตตาม
– การแข่งขันจากความบันเทิงรูปแบบอื่น: เกม ซีรีส์ต่างประเทศ และคอนเทนต์สั้นบนโซเชียลมีเดียแย่งเวลาและความสนใจจากผู้ชม
– โมเดลรายได้ที่เปราะบาง: การพึ่งพารายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศเพียงอย่างเดียวไม่ยั่งยืนอีกต่อไป จำเป็นต้องมีกลยุทธ์กระจายรายได้ เช่น การขายลิขสิทธิ์ การทำสินค้าไลเซนส์ และการเจาะตลาดต่างประเทศ
แนวโน้มสำคัญของ GDH ในปี 2025
- รายได้รวมลดลง: GDH ทำรายได้ 318 ล้านบาทในปี 2025 ลดลงจากปี 2024 ที่ 500 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีภาพยนตร์ฟีเจอร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ที่ประสบความสำเร็จเป็นพิเศษ
- กลยุทธ์การสร้างแฟรนไชส์: การเปิดตัวภาพยนตร์ภาคต่อและซีรีส์ซิตคอมยอดนิยม เช่น ‘Return of True Love Next Door’ และ ‘ธี่หยด 3’ ซึ่งกวาดรายได้ทะลุ 300 ล้านบาท แสดงถึงการพึ่งพา IP เดิมอย่างมีนัยสำคัญ
- การขยายสู่แอนิเมชัน: ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของ GDH อย่าง ‘แม็กซ์กับจ่อย จอยจอยมาร์เก็ต’ เป็นความพยายามเจาะกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงแต่ต้องใช้เทคโนโลยีและการลงทุนมหาศาล
ปัจจัยที่กำหนดอนาคตของวงการ
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อธุรกิจ |
| :— | :— |
| พฤติกรรมผู้บริโภค | เลือกดูเฉพาะหนังที่มีรีวิวดีหรือเป็นแฟรนไชส์ดัง |
| เทคโนโลยี | ต้องลงทุนในระบบเสียง ภาพ และเทคนิคพิเศษระดับโลก |
| การตลาดดิจิทัล | ต้องใช้โมเดลการตลาดแบบ Data-driven และ Influencer Marketing |
| ต้นทุนการผลิต | จำเป็นต้องหาโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่นผ่าน Co-production หรือ Government Incentive |
บทสรุป: วงการหนังไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวครั้งใหญ่ ผู้ผลิตที่อยู่รอดได้คือผู้ที่สามารถผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเล่าเรื่อง และสร้างโมเดลธุรกิจที่ไม่พึ่งพารายได้จากตั๋วหนังเพียงอย่างเดียว การลงทุนในระบบนิเวศของคอนเทนต์และคุณภาพการผลิตเป็นเส้นทางเดียวที่จะทำให้ผู้ชมยอมจ่ายเงินเพื่อประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง
English Translation:
The Thai film industry is experiencing significant pain. Despite producing more movies than ever, the total market revenue for Thai films has shrunk to only around 800 million baht per year post-COVID-19. This is a stark contrast to the pre-COVID era when the combined market (domestic and international films) once generated up to 5,000 million baht annually. Jina Osothsilp, CEO of GDH, attributes this to changing consumer behavior and an abundance of entertainment options, meaning only high-quality films can convince audiences to visit theaters.
GDH’s revenue in 2025 was 318 million baht, down from over 500 million in 2024, which was boosted by hit film ‘How to Make Millions Before Grandma Dies’. The company plans to leverage strong franchises like ‘Death Whisperer 3’ and expand into animation with ‘Max & Joy Joy Market’ to capture the family market and revitalize audience interest.
Key Takeaways:
– Market Contraction: The Thai film market has not recovered to pre-COVID levels, with Thai films generating only 800 million baht annually.
– Oversupply Issue: More films are produced, but revenue does not increase proportionally, leading to financial strain on many studios.
– Consumer Selectivity: Audiences only visit theaters for movies with compelling stories, high production value, or strong franchise recognition.
– Strategic Shift: Studios like GDH are focusing on established IPs (sequels, remakes) and new formats (animation) to attract diverse demographics.
– Technology Imperative: Investment in high-quality production and digital marketing is no longer optional but essential for survival.
Citation: ความเจ็บปวดวงการหนังไทย? ทำหนังเยอะขึ้น แต่รายได้ไม่เยอะตาม มูลค่าตลาดแค่ราวๆ 800 ล้าน
